"ไม่มีข้อแก้ตัวอีกแล้ว อาร์เตต้ากับโอกาสพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญที่แอนฟิลด์"

มิเกล อาร์เตต้า พาอาร์เซน่อลเยือนแอนฟิลด์ในเกมบิ๊กแมตช์วันอาทิตย์นี้ พร้อมขุมกำลังใหม่ครบมือ และไม่มีพื้นที่สำหรับข้อแก้ตัวอีกต่อไป หากหวังจะเปลี่ยนจาก "เกือบแชมป์" เป็นผู้ชนะตัวจริงในยุคพรีเมียร์ลีก
ใกล้ครบรอบ 6 ปีในการเป็นผู้จัดการทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แต่เส้นทางของเขายังคงคลุมเครือ เหมือนบทกวีที่ยังไม่จบ เต็มไปด้วยพลัง ความหวัง แต่ยังไม่มี "ถ้วย" ยืนยันความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม
แม้จะพาทีมจบท็อป 2 มา 3 ฤดูกาลติด และรีเซ็ตอาร์เซน่อลให้กลับมาอยู่บนเวทีแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ แต่อาร์เตต้าก็ยังถูกตั้งคำถามว่าเขาคือ “ผู้นำยุคใหม่” หรือแค่โค้ชผู้พูดถึงชัยชนะ แต่ยังไม่เคยเอื้อมถึงมันจริง ๆ
เกมกับลิเวอร์พูล โอกาสหรือจุดเปลี่ยน?
แม้จะเป็นเกมที่ 3 ของฤดูกาล แต่สำหรับอาร์เตต้านี่คือ เกมที่ 117 ในพรีเมียร์ลีกนับจากเริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งบังเอิญตรงกับเกมที่ 117 ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก่อนจะพาลิเวอร์พูลถล่มอาร์เซน่อล 3-1 เมื่อ 6 ปีก่อน และเดินหน้าคว้าแชมป์ลีกแบบไร้คู่แข่งในปีถัดมา
บังเอิญอีกข้อ นั่นก็เป็นนัดที่ 3 ของฤดูกาลเหมือนกัน
เกมวันอาทิตย์จึงไม่ใช่แค่การชิง 3 แต้ม แต่คือจุดวัดศักยภาพจริงจังว่าอาร์เซน่อลชุดปัจจุบัน มีคุณสมบัติเป็น “แชมป์” หรือไม่
ขุมกำลังพร้อมแล้ว ไม่มีข้อแก้ตัว
อาร์เซน่อลจัดเต็มด้วยนักเตะใหม่ที่ “ตอบโจทย์” ไม่ใช่แค่ซื้อมากองไว้
เอเบเรชี เอเซ ตัวสร้างสรรค์เกม ที่ไม่ควรถูกจำกัดบทบาท
วิคเตอร์ โยเคเรส กองหน้าสไตล์ถึก ลุยทะลุทะลวง เติมมิติใหม่ให้เกมรุกที่เคยขาดพลัง
โนนี่ มาดูเอเก้ อีกหนึ่งตัวรุกที่พร้อมสร้างความแตกต่าง
แม้จะมีอาการบาดเจ็บของ ซาก้า, โอเดการ์ด, ฮาแวร์ตซ์ แต่ตัวแทนก็มีศักยภาพไม่แพ้กัน
จุดชี้ขาด & โอกาสชิงจังหวะ
ลิเวอร์พูลแม้จะเป็นแชมป์เก่าและยังไม่แพ้อาร์เซน่อลในบ้านมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ปีนี้ก็เริ่มเห็นจุดอ่อน โดยเฉพาะแดนกลางที่เปิดช่องมากขึ้น
โยเคเรส และ เอเซ เป็นนักเตะที่เล่นงานทีมที่ "ครองบอลสูง-ดันไลน์สูง" ได้ดี ซึ่งเข้าทางอาร์เซน่อลในเกมนี้
บทสรุป (แนววิเคราะห์)
นี่คือโอกาสของอาร์เตต้าที่จะ “ยึดฤดูกาลนี้” ไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่เดินตามหลังเหมือนที่เคย หากอาร์เซน่อลต้องการมากกว่าแค่เกือบชนะ เกมนี้คือตัวจุดประกายสำคัญ และเป็นเวทีที่พวกเขาต้อง “กล้าก้าวไปข้างหน้า” อย่างแท้จริง
